เมื่อพูดถึงงานเฟอร์นิเจอร์ Built-in หรืองานตกแต่งภายในที่ต้องการความแข็งแรงและคงทน สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ไม้โครง ซึ่งทำหน้าที่เป็น “กระดูก” ของโครงสร้างทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงาน เตียงนอน หรือแม้กระทั่งฝ้าเพดานและผนังตกแต่ง
แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่าไม้โครงคืออะไรกันแน่ มีกี่ชนิด ราคาเท่าไหร่ และควรเลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับงาน โดยเฉพาะไม้โครง 1×2 นิ้วที่เป็นขนาดมาตรฐานยอดนิยม
บทความนี้ C&N DESIGN โรงงานไม้ชั้นนำด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี จะพาคุณทำความรู้จักกับไม้โครงอย่างครบถ้วน ตั้งแต่ความหมาย ชนิด ราคา ไปจนถึงการใช้งานที่เหมาะสม พร้อมเคล็ดลับการเลือกซื้อจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง
ไม้โครงคืออะไร? แตกต่างจากไม้จ๊อยอย่างไร?
ไม้โครงคือไม้จริงที่นำมาใช้เป็นโครงสร้างหลักในงานเฟอร์นิเจอร์และงานก่อสร้าง ทำหน้าที่รับน้ำหนักและถ่ายเทแรง ส่วนไม้จ๊อยคือไม้โครงที่นำมาตัดเป็นท่อนสั้นๆแล้วมาต่อให้รูปแบบฟันปลาที่หัว-ท้าย ทำให้ตรงไม่บิดงอ เหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่นงาน Built-in งานกรุผนัง
ทำความรู้จักไม้โครง 1×2 นิ้ว และขนาดมาตรฐาน
ไม้โครงที่นิยมใช้มากที่สุดในตลาดคือขนาด1.7cm x 4.1cm x 250cm ซึ่งเป็นขนาดที่ลงตัวระหว่างความแข็งแรงและความคุ้มค่า ขายเป็นมัดๆละ 10 ตัว
1.ลักษณะเด่นของไม้โครง 1×2 นิ้ว
ไม้โครงขนาดนี้มีโครงสร้างเป็นการต่อจ๊อยแบบฟันปลาและกาวลาเท็กซ์สำหรับงานประสานไม้โดยเฉพาะ ทำให้ได้ไม้ที่มีความยาวต่อเนื่องและมีความตรงสม่ำเสมอ จุดเด่นสำคัญคือ
- ราคาประหยัด – ผลิตจากไม้ตัวเล็กทำให้ราคาไม่สูงแต่ได้คุณภาพดี
- ความตรงสม่ำเสมอ – ผ่านกระบวนการอบแห้งก่อนผลิต ลดปัญหาการบิดงอ
- ใช้งานง่าย – ขนาดมาตรฐานทำให้ตัดต่อและติดตั้งได้สะดวก
- หลากหลายชนิด – เลือกได้ตามงบประมาณและลักษณะงาน
2.ขนาดอื่นๆ ที่นิยมใช้
นอกจากขนาด 1×2 นิ้ว ยังมีขนาดอื่นให้เลือก เช่น
- 1×1 นิ้ว – สำหรับงานเบาหรือโครงป้ายโฆษณา
- 1×4 นิ้ว – ใช้ทำโครงที่ต้องรับน้ำหนักมากขึ้น
- 1.5×3 นิ้ว – เหมาะกับงานโครงสร้างหลักที่ต้องการความแข็งแรงสูง

ไม้โครง ราคาเท่าไหร่? เปรียบเทียบแต่ละชนิด
ราคาไม้โครงในปี 2025 แตกต่างกันตามชนิดไม้และคุณภาพ โดยขนาดมาตรฐาน 1×2 นิ้ว ยาว 2.50 เมตร (มัดละ 10 ตัว) มีราคาดังนี้
1. ไม้โครงเบญจพรรณ (ไม้รวม)
- ราคา: 285 บาท/มัด
- จุดเด่น: แข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี ราคาประหยัด
- ข้อควรรู้: เหมาะกับงานภายในอาคารที่ไม่โดนแดดฝน ควรทาน้ำยากันปลวกก่อนใช้งาน
2. ไม้โครงสะเดา
- ราคา: 300 บาท/มัด
- จุดเด่น: ไม้ตัวนี้ปลวกไม่กินด้วยตัวไม้เอง ตอกตะปูง่าย ทำงานสะดวก
- ข้อควรรู้: เหมาะกับงานภายในอาคารที่ไม่โดนแดดฝน
- 3. ไม้โครงยางกะเปอร์จ๊อย
- ราคา: 420 บาท/มัด
- จุดเด่น: ไม้ตัวนี้ปลวกไม่กินเช่นกัน ตอกตะปูง่าย มีน้ำหนักดีทำงานสะดวก
- ข้อควรรู้: เหมาะกับงานภายในอาคารที่ไม่โดนแดดฝน
3. ไม้โครงสักสวนป่าจ๊อย 50%
- ราคา: 490 บาท/มัด
- จุดเด่น: เนื้อเหนียว ทำงานง่าย ไม่โก่งไม่งอ ปลวกกิน
- ข้อควรรู้: แนะนำให้ทาน้ำยากันปลวกก่อนใช้งาน เหมาะสำหรับงานที่สเปคระบุให้ใช้ไม้สัก
แต่หากต้องการไม้ที่คุณภาพดีหน่อย ให้ใช้เป็นรุ่นเนื้อไม้ 70% มัดละ 720 บาท
ไม้โครงใช้ทำอะไรได้บ้าง?
ไม้โครงเป็นวัสดุที่มีความอเนกประสงค์สูง สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายโดยมีตัวอย่างดังต่อไปนี้
1.งานเฟอร์นิเจอร์และ Built-in
- โครงตู้เสื้อผ้า Built-in – ใช้เป็นโครงสร้างหลักก่อนประกบไม้อัด
- โครงเตียง โซฟา – รับน้ำหนักและสร้างความมั่นคงให้เฟอร์นิเจอร์
- โครงโต๊ะทำงาน ชั้นวางของ – ใช้เป็นโครงรองรับก่อนปิดผิว
2.งานตกแต่งภายใน
- ฝ้าเพดาน – ใช้เป็นโครงรองรับแผ่นฝ้าหรือแผ่นตกแต่ง
- ผนังตกแต่ง – ทำโครงก่อนปิดด้วยไม้ระแนงหรือวัสดุอื่น
- งานบันได – เป็นโครงรับใต้ขั้นบันได
3.งานอื่นๆ
- โครงป้ายโฆษณา – ใช้ขนาด 1×1 นิ้ว หรือ 1×2 นิ้ว
- งานตกแต่งร้านค้า – ทำโครงบูธหรือชั้นโชว์สินค้า
- งาน DIY – โปรเจกต์ตกแต่งบ้านด้วยตัวเอง
นอกจากนี้หากคุณสนใจในการเลือกซื้อไม้ สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ “ไม้โครงเฟอร์นิเจอร์ชนิดไหนดีที่สุด? 3 ประเภทไม้ที่ช่างมืออาชีพเลือกใช้”

FAQ Section – คำถามที่พบบ่อย
Q: ไม้โครง 1 มัด มีกี่ตัว?
A: ไม้โครงมาตรฐานจะขายเป็นมัดละ 10 ตัว โดยแต่ละตัวมีความยาว 2.00-2.50 เมตร ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของผู้ผลิต ในกรณีที่ต้องการจำนวนมาก บางโรงงานสามารถสั่งผลิตขนาดพิเศษได้
Q: ไม้โครงกับไม้จ๊อย ควรเลือกแบบไหน?
A: ถ้างานต้องการความตรงและไม่บิดงอ เช่น งาน Built-in ที่ต้องประกบไม้อัดให้พอดี แนะนำไม้จ๊อย เพราะผ่านกระบวนการต่อจ๊อยที่ทำให้ตรงกว่า แต่ถ้าเป็นงานทั่วไปที่ไม่ต้องการความแม่นยำสูงมาก ไม้โครงทั่วไปก็เพียงพอและประหยัดกว่า
Q: ไม้โครงชนิดไหนดีที่สุดสำหรับทำตู้เสื้อผ้า?
A: สำหรับงานตู้เสื้อผ้า Built-in แนะนำไม้โครงสะเดาจ๊อย เพราะมีความแข็งแรงเหมาะสม ไม่บิดงอง่าย และราคาไม่แพงเกินไป แถมมั่นใจได้ว่าปลวกไม่กินแน่นอน หากงานระบุสเปคไม้โครงสักจ๊อย ให้สั่งชุบน้ำยาเขียวกันปลวก(เพิ่มมัดละ 35 บาท) จะดีที่สุดเพราะช่วยป้องกันปลวกได้ทำให้ใช้งานได้ยาวนาน
เลือกไม้โครงอย่างไรให้คุ้มค่าและใช้งานได้ยาวนาน
การเลือกไม้โครงที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับงบประมาณ ลักษณะงาน และความคาดหวังในการใช้งาน หากเป็นงานทั่วไปหรืองาน DIY ไม้โครงเบญจพรรณจ๊อยหรือสะเดาจ๊อยก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องการความคงทนระยะยาว ควรเลือกไม้โครงสะเดาจ๊อยหรือไม้ยางกะเปอร์จ๊อย
สิ่งสำคัญคือต้องเลือกซื้อจากโรงงานไม้ที่มีมาตรฐานซึ่งมีกระบวนการอบแห้งไม้อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาไม้บิดงอหรือแตกร้าวในภายหลัง ไม้โครงที่ผ่านการอบแห้งจนมีความชื้นไม่เกิน 14% จะมีความคงทนและใช้งานได้ยาวนานกว่าไม้ที่ไม่ผ่านการอบ
หากคุณกำลังมองหาไม้โครงคุณภาพสำหรับโปรเจกต์งานเฟอร์นิเจอร์ Built-in หรืองานตกแต่งภายใน C&N DESIGN พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำชนิดไม้โครงที่เหมาะสมกับงานของคุณ
เรามีไม้โครงหลากหลายชนิดและขนาด ทุกแผ่นผ่านกระบวนการอบแห้งมาตรฐาน ความชื้นไม่เกิน 14% พร้อมทีมกูรูไม้ตัวจริงที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปีคอยให้คำแนะนำ ไม่ว่าคุณจะเป็นช่างมืออาชีพหรือคนที่กำลังทำ DIY เราพร้อมช่วยเหลือคุณให้ได้ไม้โครงที่ใช่ในราคาที่คุ้มค่า
ติดต่อสอบถามและรับคำปรึกษาฟรี
- เว็บไซต์: https://candndesign1992.com/
- โทรศัพท์: 062-535-4629
- Line: @candndesign
