การเลือกไม้พื้นจริงที่มีคุณภาพเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับบ้านของคุณ ไม่เพียงแต่จะเพิ่มความสวยงามและความหรูหราให้กับพื้นที่เท่านั้น แต่ยังเพิ่มมูลค่าให้กับบ้านในระยะยาว ด้วยความงามที่เป็นเอกลักษณ์ของลายไม้ธรรมชาติที่ไม่มีชิ้นใดเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม การเลือกไม้พื้นจริงที่เหมาะสมกับการใช้งานไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา ทั้งชนิดของไม้ ตำแหน่งการใช้งาน ความทนทาน และงบประมาณ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจวิธีการเลือกไม้พื้นจริงที่เหมาะกับบ้านของคุณอย่างครบถ้วน
ความแตกต่างระหว่างไม้พื้นรางลิ้นและไม้ปาร์เก้
ก่อนเริ่มต้นเลือกไม้พื้น เราควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างไม้ปาร์เก้และไม้รางลิ้น ซึ่งทั้งสองประเภทนี้จริงๆ แล้วหมายถึงไม้ที่นำมาปูพื้นเหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่ความยาวเท่านั้น
- ไม้ปาร์เก้ คือไม้ที่มีความยาวไม่เกิน 60 เซนติเมตร นิยมนำมาเรียงต่อกันเป็นลายได้หลากหลาย เช่น ลายก้างปลา ลายอิฐ หรือแบบสุ่ม (แรนดอม)
- ไม้รางลิ้น คือไม้ที่มีความยาวตั้งแต่ 60 เซนติเมตรขึ้นไป ให้ความรู้สึกโปร่ง สบาย มักนำมาปูแบบสุ่มหรือปูลายก่ออิฐ
ชนิดของไม้พื้นจริงคุณภาพสูงที่เหมาะกับบ้านหรู
1. ไม้สักทองพม่า
ตำแหน่งใช้งาน: เหมาะกับทั้งภายในและภายนอกอาคาร
ราคา:
-ไม้สักทองพม่ารางลิ้น: ขนาด 1cm x 9cm x 90-150cm ตารางเมตรละ 2,500 บาท
-ไม้สักทองพม่ารางลิ้น SUPERSOLID: ขนาด 1.4cm x 9cm x 75-120cm ตารางเมตรละ 1,950 บาท
2. ไม้มะค่า
ตำแหน่งใช้งาน: เหมาะกับทั้งภายในและภายนอกอาคาร
ราคา:
ไม้มะค่ารางลิ้น: ขนาด 1.8cm x 9cm x 90-150cm ตารางเมตรละ 2,400 บาท
ไม้มะค่ารางลิ้น SUPERSOLID: ขนาด 1.4cm x 9cm x 75-120cm ตารางเมตรละ 1,750 บาท
3. ไม้แดง
ตำแหน่งใช้งาน: เหมาะกับทั้งภายในและภายนอกอาคาร โดยเฉพาะพื้นที่ภายนอก
ราคา: ไม้แดงรางลิ้น ขนาด 1.8cm x 9cm x 100-150cm ตารางเมตรละ 1,600 บาท
4. ไม้ตะแบก
ตำแหน่งใช้งาน: เหมาะสำหรับภายในอาคารและภายนอกอาคาร (แต่ควรเป็นพื้นที่ที่ไม่โดนแดดหรือฝนโดยตรง)
ราคา: ขนาด 1.8cm x 9cm x 100-150cm ตารางเมตรละ 1,200 บาท
5. ไม้สะเดา
ตำแหน่งใช้งาน: เหมาะสำหรับภายในอาคาร
ราคา: ขนาด 1.8cm x 9cm x 50cm ตารางเมตรละ 750 บาท
6. ไม้โอ๊ค
ตำแหน่งใช้งาน: เหมาะสำหรับภายในอาคาร
ราคา:
-ไม้โอ๊ครางลิ้น: ขนาด 1.4cm x 9cm x 90-150cm ตารางเมตรละ 3,000 บาท
-ไม้โอ๊ครางลิ้น SUPERSOLID: ขนาด 1.4cm x 9cm x 90-150cm ตารางเมตรละ 1,950 บาท
7. ไม้แอช
ตำแหน่งใช้งาน: เหมาะสำหรับภายในอาคาร
ราคา:
-ไม้แอชรางลิ้น: ขนาด 1.4cm x 9cm x 90-150cm ตารางเมตรละ 2650 บาท
-ไม้แอชรางลิ้น SUPERSOLID: ขนาด 1.4cm x 9cm x 90-150cm ตารางเมตรละ 1,750 บาท






ประเภทของไม้พื้นจริง: ไม้จริงรางลิ้น vs ไม้เอนจิเนียร์
ไม้จริงรางลิ้น (Solid Wood Flooring)
– เป็นไม้จริงทั้งแผ่น มีความแข็งแรงทนทานสูง
– พื้นไม้จริงเช่น สะเดา ตะแบก มะค่า และสักทองพม่า ปลวกมอดไม่กิน ทนน้ำได้ในระดับหนึ่ง
– เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่มีสารเคมีตกค้าง
– สามารถขัดทำสีได้หลายรอบเมื่อผิวหน้าเริ่มเสื่อมสภาพ
– มีราคาค่อนข้างสูง แต่คุ้มค่าในระยะยาว

ไม้พื้นเอนจิเนียร์ (Supersolid Engineered Floor)
-ไส้ไม้ที่ใช้ เป็นไม้จริงกันปลวก 2 ชั้น ผสานไม้จริงแบบวางสลับแนวเยื่อไม้เพื่อลดแรงตึงผิว
-มีความแข็งแรงเทียบเท่าไม้จริง แต่มีเสถียรภาพมากกว่า ลดการบิดงอ
-ติดตั้งง่ายและเสร็จเร็วกว่า ควบคุมงานง่าย
-ผิวสัมผัสเป็นไม้จริง แต่มีราคาย่อมเยากว่าไม้จริงทั้งแผ่น
-ควรใช้ไม้ดันฝุ่นแทนการถูด้วยน้ำในการทำความสะอาด
Supersolid Engineered Floor เป็นนวัตกรรมไม้พื้นที่ถูกพัฒนาจากไม้พื้นเอ็นจิเนียร์ธรรมดาให้มีประสิทธิภาพและความคงทนมากขึ้น เหมาะสำหรับการใช้ตกแต่งที่อยู่อาศัยภายใน ด้วยการปรับดีไซน์หน้าไม้ให้เป็นธรรมชาติในระดับที่ผู้ใช้งานแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างเมื่อเทียบกับไม้จริง ส่งผลให้ราคาของ Supersolid Engineered Floor เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการความสวยงามของไม้จริงแต่มีงบประมาณจำกัด

พื้นไม้จริงต่างกับพื้นไม้สังเคราะห์ประเภทอื่นๆอย่างไร
การตัดสินใจระหว่างพื้นไม้แท้และพื้นไม้เทียมเป็นเรื่องสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญได้วิเคราะห์ข้อแตกต่างสำคัญดังนี้:
ความสวยงามและความเป็นธรรมชาติ: ไม้พื้นจริงมีลายไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่มีชิ้นใดเหมือนกัน ให้ความรู้สึกอบอุ่นและหรูหรา ขณะที่ไม้เทียมมีลายซ้ำกันและไม่มีความรู้สึกธรรมชาติเท่า
ความทนทานและอายุการใช้งาน: หากเลือกไม้พื้นจริงคุณภาพดีและมีการดูแลที่เหมาะสม จะมีอายุการใช้งานยาวนานหลายสิบปี สามารถขัดและเคลือบใหม่ได้หลายครั้ง ขณะที่ไม้เทียมมีอายุการใช้งานจำกัดและไม่สามารถซ่อมแซมได้
การดูแลรักษา: ไม้พื้นจริงต้องการการดูแลที่มากกว่า เช่น การเคลือบผิวเป็นระยะ การระวังความชื้น ขณะที่ไม้เทียมดูแลง่ายกว่าแต่เมื่อเสียหายมักต้องเปลี่ยนทั้งแผ่น
ความคุ้มค่าในระยะยาว: แม้ไม้พื้นจริงราคาจะสูงกว่าในเบื้องต้น แต่ด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนานและการเพิ่มมูลค่าให้กับบ้าน จึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: ไม้พื้นจริงจากแหล่งที่มีการจัดการอย่างยั่งยืนถือเป็นทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ขณะที่ไม้เทียมส่วนใหญ่ผลิตจากพลาสติกและวัสดุสังเคราะห์
วิธีเลือกไม้พื้นจริงให้เหมาะกับการใช้งาน
1. ตำแหน่งการใช้งาน
- ภายในอาคาร: สามารถเลือกได้หลากหลายชนิด ทั้งไม้สัก ไม้มะค่า ไม้แดง ไม้ตะแบก ไม้สะเดา ไม้โอ๊ค หรือไม้แอช
- ภายนอกอาคาร: ควรเลือกไม้ที่ทนต่อสภาพอากาศ เช่น ไม้แดง ไม้มะค่า หรือไม้สักทองพม่า ที่ไม่บิดงอเมื่อโดนแดดหรือฝน
2. การพิจารณาด้านความทนทาน
- พื้นที่ใช้งานหนัก: เช่น ทางเดิน ห้องนั่งเล่น ควรเลือกไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้มะค่า ไม้แดง ไม้โอ๊ค
- พื้นที่ใช้งานปานกลาง: เช่น ห้องนอน สามารถเลือกไม้ที่มีความแข็งปานกลาง เช่น ไม้ตะแบก ไม้แอช
- พื้นที่ชื้น: ควรหลีกเลี่ยงการใช้ไม้พื้นจริง หรือเลือกไม้ที่ทนความชื้นได้ดี และมีการเคลือบผิวพิเศษ
3. การเลือกสีและลวดลายให้เข้ากับสไตล์บ้าน
- สไตล์ Tropical: เน้นโทนสีเอิร์ทโทน เช่น สีเขียว น้ำตาล เทา ซึ่งไม้สัก ไม้มะค่า หรือไม้แดงเข้ากับสไตล์นี้ได้ดี
- สไตล์โมเดิร์น: อาจเลือกไม้โทนสีอ่อน เช่น ไม้สะเดา ไม้ตะแบก หรือไม้แอช
- สไตล์คลาสสิก: ไม้สักทองพม่าหรือไม้มะค่าเข้ากับสไตล์นี้ได้ดี
- สไตล์ยุโรป:ไม้โอ๊คเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับบ้านสไตล์ยุโรปหรือหรูหรา
4. การคำนึงถึงงบประมาณ
- งบประมาณสูง: ไม้โอ๊ค (3,000 บาทต่อตรม.) ไม้สักทองพม่า (3,500 บาทต่อตรม.) ไม้แอช 2,650 บาทต่อตรม.)
- งบประมาณปานกลาง:ไม้ไม้มะค่า (2,450 บาทต่อตรม.) ไม้แดง (1,600 บาทต่อตรม.)
- งบประมาณจำกัด: ไม้ตะแบก (1,200 บาทต่อตรม.) ไม้สะเดา (750 บาทต่อตรม.)
- ไม้สักทองพม่า SUPERSOLID: 1,950 บาทต่อตรม.
- ไม้มะค่า SUPERSOLID: 1,750 บาทต่อตรม.
- ไม้แดง SUPERSOLID: 1,200 บาทต่อ ตรม.
เปรียบเทียบราคาพื้นไม้แต่ละประเภท
| ชนิดไม้ | ขนาด | ราคาต่อตรม |
|---|---|---|
| ไม้สะเดา | 1.8cm x 8cm x 110cm | 950 |
| ไม้ตะแบก | 1.8cm x 9cm x 100-150cm | 1200 |
| ไม้แดง | 1.8cm x 9cm x 100-150cm | 1600 |
| ไม้มะค่า | 1.8cm x 9cm x 90-150cm | 2400 |
| ไม้มะค่า Supersolid | 1.4cm x 9cm x 75-120cm | 1750 |
| ไม้สักทองพม่า | 1.8cm x 9cm x 90-150cm | 1950 |
| ไม้สักทองพม่า supersolid | 1.4cm x 9cm x 75-120cm | 1250 |
| ไม้โอ๊ค | 1.8cm x 9cm x 90-150cm | 4000 |
| ไม้โอ๊ค supersolid | 1.4cm x 9cm x 75-120cm | 1950 |
| ไม้แอช | 1.8cm x 9cm x 90-150cm | 3000 |
| ไม้แอช supersolid | 1.4cm x 9cm x 75-120cm | 1750 |
ขั้นตอนการติดตั้งไม้พื้นจริงอย่างมืออาชีพ
- การเตรียมพื้น
- พื้นปูนควรได้รับการเทและขัดมันให้เสร็จภายในวันเดียว เพื่อให้เนื้อปูนจับตัวกันแน่น
- พื้นต้องแห้งสนิทและได้ระดับ
- การเลือกวิธีการปูที่เหมาะสม
- สำหรับไม้ยาวไม่เกิน 1.50 เมตร สามารถปูบนพื้นปูนได้โดยตรง
- สำหรับไม้ยาวเกิน 1.50 เมตร ควรปูตงหรือสมาร์ทบอร์ดรองพื้นก่อน
- การเลือกกาวและวิธีการยึดติด
- ควรใช้กาวที่มีส่วนผสมของน้ำน้อย โดยเฉพาะกับไม้แดงและไม้เต็งจิกที่มีการขยายตัวมาก
- เทกาวให้เต็มหน้าปูน วางไม้ทับและยิงปืนลมที่ลิ้นของไม้
- เว้นช่องว่าง 5-10 มิลลิเมตรบริเวณริมผนังเพื่อรองรับการขยายตัวของไม้
- การขัดและเคลือบผิว
- ขัดพื้น 3 รอบ เริ่มจากกระดาษทรายหยาบเพื่อปรับพื้นผิวให้เรียบเสมอกัน
- ขัดด้วยกระดาษทรายละเอียดเพื่อเก็บงาน
- ขัดเก็บงานตามซอกและมุม
- ทำสีและเคลือบผิวอย่างน้อย 3 รอบ

วิธีดูแลและบำรุงรักษาไม้พื้นจริงให้สวยงามยาวนาน
- การทำความสะอาดประจำวัน:ใช้ไม้กวาดขนอ่อนหรือเครื่องดูดฝุ่น หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมากเกินไป เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำบิดให้หมาด สำหรับไม้พื้นเอนจิเนียร์ ควรใช้ไม้ดันฝุ่นแทนการถูด้วยน้ำ
- การป้องกันรอยขีดข่วน:
- ติดแผ่นรองขาเฟอร์นิเจอร์
- หลีกเลี่ยงการลากเฟอร์นิเจอร์หนักบนพื้น
- ตัดเล็บสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ
- การป้องกันความชื้นและน้ำ:
- เช็ดน้ำหกทันทีเพื่อป้องกันการซึม
- ใช้พรมดักฝุ่นบริเวณประตูทางเข้า
- ควบคุมความชื้นในบ้านด้วยเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องดูดความชื้น
- การขัดและเคลือบใหม่ตามระยะเวลา:
- พื้นที่ใช้งานหนัก: ทุก 7-10 ปี
- พื้นที่ใช้งานปานกลาง: ทุก 15-20 ปี
- พื้นที่ใช้งานน้อย: ทุก 30 ปีขึ้นไป
ไม่ว่าคุณจะเลือกไม้สัก ไม้มะค่า ไม้แดง ไม้ตะแบก ไม้สะเดา ไม้โอ๊ค หรือไม้แอช การพิจารณาปัจจัยต่างๆ ทั้งตำแหน่งการใช้งาน ความทนทาน สีและลวดลาย รวมถึงงบประมาณ จะช่วยให้คุณได้ไม้พื้นจริงที่ตอบโจทย์ความต้องการอย่างแท้จริง
สนใจรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการที่เหมาะกับบ้านของคุณ? ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราวันนี้เพื่อรับบริการสำรวจพื้นที่และประเมินราคาฟรี!
ลูกค้ามักดูสินค้านี้เพิ่มเติม



